ปรัชญา

"

"เราไม่เป็นเพียงหมอที่รักษาโรค แต่เราจะรักษาคน คนที่มีความทุกข์ทั้งกายและใจ เพราะเราทราบดีว่าใจ คือสิ่งสำคัญ เราจะใส่ใจ จริงใจ เพื่อให้เขาเชื่อใจ และไว้ใจ ในความเชี่ยวชาญ รอบรู้ ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพที่จะมอบการรักษาที่ดีที่สุดให้กับทุกคน"

ที่มาของชื่อ "พรเกษมคลินิก"
ชื่อพรเกษมคลินิก ถูกตั้งขึ้นตามชื่อต้นของมารดา ( คุณพรอำไพ ) และบิดา ( เกษม ) ของหมอสุชาย และ หมอสุนทร ศรีปรัชญาอนันต์ ซึ่งเป็นผู้เริ่มก่อตั้งคลินิกแห่งแรก เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่คุณพ่อและคุณแม่ของท่านทั้งสอง และเพื่อรำลึกถึงบุญคุณของทั้งสองท่านที่หล่อหลอมเลี้ยงดูและปลูกฝังให้เป็น คนดี และให้ทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม ดังจะเห็นได้จากความมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้งคลินิก และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาสืบทอดเจตนารมณ์ในการรักษาเพื่อให้ทุกคนมี สุขภาพผิวที่ดี และสามารถดูแลรักษาสุขภาพผิวให้มีสุขภาพดีโดยคำนึงถึงปัจจัยในการรักษาพื้นฐานเป็นหลัก ใช้หลักทางการแพทย์ในการดูแลรักษา และไม่หลอกลวงคนไข้

Dermatologist คือใคร
Dermatologist คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง ใช้เวลาในการศึกษาวิชาแพทย์ทั่วไปเป็นเวลา 6 ปี และต้องใช้เวลาศึกษาวิชาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี มีเพียงที่ จุฬาฯ, ศิริราช, รามาฯ, พระมงกุฎฯ และสถาบันโรคผิวหนัง เท่านั้นที่ได้รับการรับรองหลักสูตรตจวิทยา (ผิวหนัง) จากแพทยสภา และได้รับวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขา ตจวิทยา หรืออนุมัติบัตรตจวิทยา จึงมีความรู้และประสบการณ์ในการรักษาทางด้านผิวหนังโดยตรง ทําให้มีความเชี่ยวชาญในการประเมินอาการและรักษาได้อย่างถูกต้องและถูกวิธี ให้ผลในการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 

7D MY BEST SKIN
การดูแลรักษาปัญหาผิวตั้งแต่ต้นเหตุ ด้วยการรู้จักผิวคุณอย่างลึกซึ้ง เพื่อความงามเฉพาะตัวอย่างยั่งยืน โดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังจากพรเกษมคลินิก

ที่พรเกษมเราดูแลรักษาผิวที่คุณรักและความงามของคุณอย่างถูกขั้นตอนตามมาตรฐานทางการแพทย์ผิวหนังสากล โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อความงาม (Aesthetic Dermatologist) ที่ผ่านการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ในการวิเคราะห์ผิว โดยจะตรวจปัญหาผิวหนังอย่างละเอียด และ วางแผนการรักษาที่เหมาะสมในการรักษาเพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด พร้อมแนะนำวิธีการรักษาดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดี ด้วยวิธีที่เหมาะกับลักษณะผิวและการใช้ชีวิตของคนไข้แต่ละคนอย่างลงตัว พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. และในระดับสากลมาประกอบการรักษา เพื่อให้ได้ผลที่ดีกว่า คุ้มค่ากว่า เพื่อความงามเฉพาะตัวของคุณที่ไม่ซ้ำรอยใคร โดยมีหลักการวิเคราะห์และรักษาจะประกอบด้วย

อดีต : การวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาผิวจากสาเหตุในอดีต ได้แก่

  • มิติที่ 1 DNA Factors : ปัจจัยเสี่ยงจากกรรมพันธ์ ที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติทางผิวหนัง เช่น  ฝ้า กระเนื้อ เป็นต้น
  • มิติที่ 2 Lifestyle Factors : ปัจจัยเสี่ยงจากลักษณะการดำเนินชีวิต เช่น การตากแดดโดยไม่ทาครีมดันแดด การแต่งหน้าหนาๆ บ่อยครั้ง เป็นต้น

ปัจจุบัน : การวิเคราะห์ปัญหาผิวที่เกิดขึ้น ได้แก่

  • มิติที่ 3 Skin Anatomy : ตรวจวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อบอกถึงสภาพและลักษณะผิวหนังที่แท้จริง
  • มิติที่ 4 Skin Symptoms : ตรวจวิเคราะห์อาการผิดปกติทางผิวหนังที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมให้คำปรึกษาและการรักษาที่ถูกต้อง

อนาคต : การแนะนำวิธีการดูแลรักษาผิวที่เหมาะสมกับแต่ละปัญหาผิว ที่จะต่างกันไปในแต่บุคคลหรือไลฟ์สไตล์ ได้แก่

  • มิติที่ 5 Cure / Perfection : แนะนำวิธีการรักษาและฟื้นฟูสภาพผิวจากปัญหาผิวที่เกิดขึ้น ในระยะเบื้องต้น
  • มิติที่ 6 Care / Prevention : แนะนำวิธีการดูแลและการปกป้องผิวในระยะยาว เพื่อเลี่ยงการเกิดปัญาผิวในอนาคต

จากทางการวิเคราะห์และรักษาผิวทั้ง 6 มิตินั้น จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับ มิติที่ 7 Skin Asset ซึ่งให้คุณได้พบกับความงามเฉพาะตัวอย่างยั่งยืน

"

"